“วัฒนธรรมเสมาหินตั้ง” ของดีที่พิพิธภัณฑ์ขอนแก่น

วัฒนธรรมหินตั้งก็คือจุดกำเนิดของเสมาหินในพระพุทธศาสนาใบเสมามีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก ในประเทศไทยสามารถสืบย้อนไปไกลถึงยุคสมัยแรกเริ่มของประวัติศาสตร์ นั่นคือ อารยธรรมทวารวดี เป็นที่รู้ๆกันดี

"เสมา" หรือ "สีมา" หมายถึง เขตกำหนดความพร้อมเพรียงของสงฆ์ หรือเขตชุมนุมของสงฆ์ หรือเขตที่สงฆ์ตกลงไว้สำหรับภิกษุทั้งหลายที่อยู่ภายในเขตนั้นจะต้องทำสังฆกรรมร่วมกัน

กลุ่มใบเสมาที่บริเวณภาคอีสานนี้พบว่ามีร่องรอยของอารยธรรมทวารวดีที่เผยแพร่มาจากภาคกลางมีความโดดเด่นกว่าภาคอื่น

***เรียบเรียงโดย รศ.ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์

รูปแบบของใบเสมาทั่วไปจะเป็นลักษณะกลีบบัว มีขนาดสูงตั้งแต่ ๑ เมตรไปจนถึง ๒ เมตร รองลงมาได้แก่รูปเสาสี่เหลี่ยมและแปดเหลี่ยม ซึ่งพบเป็นจำนวนน้อยมาก ส่วนคติในการสร้างสันนิษฐานไว้ ๓ ประการ คือ

๑. ใช้ปักใบเดียวกลางลานในฐานะของเจดีย์องค์หนึ่ง

๒. ใช้ปักล้อมรอบสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อแสดงขอบเขต

๓. ใช้ปักแปดทิศรอบฐานอาคารสี่เหลี่ยมผืนผ้า อาจมีตำแหน่งละ ๑ ใบ ๒ ใบ หรือ ๓ ใบ น่าจะเป็นคติการแสดงขอบเขตสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนสถานลักษณะเดียวกับโบสถ์ในปัจจุบัน

ซึ่งเรื่องราวที่นิยมสร้างขึ้นนั้น มักเป็นภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติ ชาดก

ใบเสมาจากเมืองฟ้าแดดสูงยาง อำเภอ กมลาไสย  จังหวัดกาฬสินธุ์  เป็นใบเสมาที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย

แต่ใบเสมาที่สวยที่สุดและสมบูรณ์ที่สุด นั้นแสดงในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเค้าห้ามถ่ายภาพ ผมเลยต้องถ่ายมาจากโบรชัวร์แทนภาพตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากกรุงกบิลพัสดุ์ เป็นฉากที่สำคัญคือพระนางพิมพาสยายผมรองรับพระบาทของพระพุทธเจ้า ซึ่งถือว่าเป็นท่าแสดงความเคารพอย่างสูงสุด การแสดงความเคารพในลักษณะเช่นนี้ โดยมากพบในศิลปะมอญและพม่า สะท้อนมุมมองการแผ่ขยายความนิยมของศิลปะในประเทศใกล้เคียงในเวลานั้น

การสลักเรื่องราวเกี่ยวกับชาดกและพุทธประวัติไว้บนใบเสมานี้ คงจะมีคติการสร้างเดียวกันกับจิตรกรรมฝาผนัง คือมีความมุ่งหมายที่จะเป็นการให้ความรู้ โดยแฝงวัฒนธรรมการแต่งกาย

รูปแบบเฉพาะของศิลปกรรมในภูมิภาค ทำให้กลุ่มใบเสมาที่ภาคอีสานมีความโดดเด่น มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

พิพิธภัณฑ์ขอนแก่น เปิดให้บริการ ตั้งแต่ 9 โมง จนถึง สี่โมงเย็น สำหรับ คนไทยก็ค่าบำรุงค่าบัตรเข้าชม 20 บาท ปิด จันทร์ - อังคาร และ วันหยุดราชการครับ

จะมีการจัดแสดงเรื่องราวท้องถิ่นอิสานเหนือ ทั้งทางด้าน ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี วัฒนธรรมพื้นบ้าน ทั้งในอาคาร และนอกอาคาร

สรุปว่ารากเหง้าของ "วัฒนธรรมหินตั้ง" นั้นเป็นการสร้างปริมณฑล เพื่อพิธีกรรม มีให้เห็น เช่น สโตนเฮนจ์ ที่เมืองซอลลิสเบอรี่ ทางตอนใต้ของอังกฤษ ,วัฒนธรรมโมอาย ของหมู่เกาะอีสเตอร์ ในประเทศชิลี หรืออีกที่ก็ใกล้บ้านเราก็ ทุ่งไหหิน ที่เมืองโพนสะหวัน ลาวเหนือ โดยต่างก็เชื่อว่ามาจากความเชื่อดั้งเดิมที่ว่า เป็นสถานที่ที่ติดต่อกับ อำนาจเหนือธรรมชาติ น่ะคับ

สโตนเฮนจ์

 

หรือว่าจะเป็น โมอาย

************************* 

เนื้อความบางส่วนคัดมาจาก:

โบร์ชัวร์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ขอนแก่น

www.dhammajak.net โดย นฤมล สารากรบริรักษ์

edit @ 22 Aug 2009 10:21:46 by 4Dimage